Navigation Menu

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

มิวสิควีดีโอสวยๆ จากหนังแขก 2

มิวสิควีดีโอสวยๆ จากหนังแขก 2

Khwaja Mere Khwaja จากหนังเรื่อง Jodhaa Akbar เป็นเพลงที่ทั้งดูและฟังแล้วรู้สึกรีแล็กส์ดี ถึงจะไม่เข้าใจความหมายในเนื้อร้องก็ตามทีเถอะ มันเป็นเพลงที่เป็นการเต้นแบบอิสลามนิกายซูฟี (Sufis) เรียกว่า การเต้นซูฟี (Sufi Whirling อ่านว่า ซูฟี เวิร์ลลิ่ง) หรือ ในไทยเรียกว่า การเต้นลมวน

การเต้นซูฟีนั้นเป็นการเต้นเพื่อใช้ในการระลึกถึงพระอัลลาห์ เขาว่าการเต้นซูฟีแบบนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการทำสมาธิเพื่อยกระดับจิตใจ เชื่อว่าจะทำให้นักบวชเหล่านั้นละทิ้งอัตตา และตัวตนออกไป เพื่อเป็นการให้พวกเขาเข้าถึงพระเจ้าได้ โดยทั่วไปแล้วการเต้นอย่างนี้จะรู้จักกันดีในชื่อว่า เซมา (Sema)

เซมา (Sema) โดยความหมายของการเต้นนั้นจะเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางผ่านความรักเพื่อยกระดับจิตวิญญาณให้เข้าถึงพระเจ้าตามหลักของนิกายซูฟี เป็นการเต้น
โดยเหล่าดาร์วิช (Dervish) คือ นักบวชในนิกายซูฟี นิกายนี้มีต้นกำเนิดมาจากในประเทศตุรกี ซึ่งสืบทอดมายาวนานมากกว่า 800 ปี หรือตั้งแต่ ตวรรษที่ 12 ค่ะ อาจมีให้เห็นในประเทศในตะวันออกกลางอื่นๆด้วย
ที่เมืองคอนยา ประเทศตุรกี ได้มีการจัดเทศกาลการเต้นซูฟีขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปี โดยการเต้นจากเหล่าผู้ศรัทธาชาวเปอร์เซีย (Whirling Dervishes) ซึ่งกลายเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาทุกๆปี เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับการจากไปของกวีซูฟี ผู้มีนามว่า เมฟลาน่า ประวัติ ของ เมทฟลาน่า นั้นเป็นชาวเปอร์เซียที่มีความสามารถมากมาย ซึ่งเป็นทั้งนักกวี นักเทวาวิทยา และนักกฎหมาย ในศตวรรษที่ 13
การเต้นซูฟี นั้นผู้ที่เต้นจะแต่งกายด้วยชุดกระโปรงย้วยยาวสีขาวและสวมหมวกทรงสูงที่ทำมาจากขนอูฐ เรียกว่า ซิกเก (Sikke)

ลักษณะของการเต้นนั้นจะมีท่าทางในการเอียงศีรษะไปด้านใดด้านนึง แต่ก็จะหันไปทางด้านขวาซะเป็นส่วนมาก เริ่มด้วยการไขว้แขนที่อก

>>>ในมิวสิคข้างบนนั้นไม่มีการไขว้แขนค่ะเพราะเป็นการเต้นที่หลังจากเพลงร้องขับกล่อมซึ่งเขาจะโชว์บทเพลงให้เข้าถึงสมาธิ หรือ อินซะก่อนแหละค่ะนางว่าอ่ะนะ เมื่อถึงสมาธิแล้วจึงออกไปเต้น เลยไม่มีการไขว้แขนที่อกเพื่อเป็นการเริ่มต้นเต้นที่โดยทั่วไปมักจะทำขณะที่รอเต้นพร้อมเพลงบรรเลง>>>

จากนั้นจะเริ่มการเต้นหมุนวนรอบตัวเอง โดยใช้ขาซ้ายยืนพื้นเป็นหลักขยับหมุนไปโดยใช้ขาขวาเป็นตัวขับเคลื่อนให้หมุนรอบตัวเองไปเรื่อยๆ เป็นวงกลม แล้วยกแขนขวาให้สูงกว่าแขนอีกข้างและแบมือหงายขึ้น พร้อมกับแหงนหน้าเอียงเล็กน้อยไปทางเดียวกันกับแขนขวา อาจมีการมองขึ้นบนฟ้านิดๆ ให้เหมือนว่ากำลังมองดูพระเจ้าด้วยความศรัทธา มือซ้ายก็ยกขึ้นต่ำกว่าแขนขวาไม่มากนักแต่คว่ำมือลง และหรืออาจจะมีการหมุนรอบตัวเองเคลื่อนตัวเป็นวงกลมไปพร้อมกับการเคลื่อนที่ ไปรอบห้อง

สำหรับเครื่องแต่งกายและรูปแบบการเต้นนั้นมีความหมาย ผู้นำการเต้นจะเป็นตัวแทนของดวงอาทิตย์ ส่วนผู้เต้นอื่นเป็นตัวแทนของวงโคจร การเต้นซูฟี มีท่าเต้นหลายท่วงท่า แบ่งออกเป็นรูปแบบต่างๆ กัน 4 แบบ โดยท่าเต้นแต่ละท่าก็จะมีความหมายที่แตกต่างกัน แต่ละแบบสื่อถึง เหตุผล ธาตุ ภาวะในชีวิตที่มีความแตกต่างกันของมนุษย์ ประกอบกับเพลงที่มีท่วงทำนองเพื่อเข้าสู่ภวังค์ ดังกับการทำสมาธินั่นเอง

ในปัจจุบัน ที่เมืองอิสตันบูล ได้มีการแสดงเต้นซูฟี เพื่อช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลงมนต์เสน่ห์ของประเทศตุรกีเพื่อธุรกิจการท่องเที่ยวได้ดีอีกด้วย ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเต้นเพื่อเหตุผลแค่ทางศาสนาและการไว้อาลัยแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อๆไป ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นการเต้นที่โชว์ความสวยงามดูมีเสน่ห์และมนต์ขลังมากๆ ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก
การเต้นแปลกๆ รอบโลก
เทศกาลการเต้นลมวน
เทศกาลเต้นลมวน
Whirling Dervishes
Rumi's Inspiration 
MUST READ: The Myth of Communal Harmony of Sufism

จุ๊บๆๆ ...XoXo...

nomnom

หนมปัง-หมูกรอบ หรือ Num pang nung sach chrouk
หนมปัง-หมูกรอบ หรือ Num pang nung sach chrouk

หนมปัง หรือ Nompang เป็นอาหารท้องถิ่นของคนกัมพูชาที่ดัดแปลงมาจากวัฒนธรรมการกินขนมปังฝรั่งเศส หรือ บาแกต (Baguette) จากในสมัยที่กัมพูชาเคยตกเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศสช่วงยุคประวัติศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2406 หรือประมาณ 150 ปี ที่ผ่านมา ในยุคสมัยพระนโรดม และวัฒนธรรมการกินบาแกตก็ยังได้แพร่หลายไปยังประเทศอื่นๆ อีก เช่น ลาว และ เวียดนาม ด้วย, ซึ่งโดยส่วนมากชาวกัมพูชามักจะกินบาแกตกับปลากระป๋องหรือไข่เพื่อเป็นอาหารเช้า


พูดถึงเรื่องบาแกตนี่ เมื่อสมัยก่อนที่จะมาอยู่พนมเปญ นางไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ว่าบาแกตคืออะไร แต่พอมาอยู่ที่นี่นานๆ ได้กินบ่อย ก็นึกขึ้นได้ว่า อ๋อมีบางครั้งที่หลายๆ แห่งเขาจะเสิร์ฟมากับอาหารเช้า จำได้ว่าไม่ชอบเลยไอ้ขนมปังแบบนี้ แข็งมหาปะลัยยังเอามาเสิร์ฟให้กินอยู่ได้ แล้วบางครั้งก็จัดมาซะเต็มที่เลย ถ้าลองเอาตีหัวคุณชายก็อาจจะแตกได้เลือดอยู่เหมือนกันนะเนี่ย อิอิ


ตอนนั้นที่มาอยู่พนมเปญใหม่ๆ เคยเห็นเขาขายบาแกตกันแบบเข่งใหญ่ๆ และหลายเข่งมาก ก็แอบสงสัยอยู่ว่า เขาขายขนมปังในเข่งใหญ่แบบนี้และเป็นจำนวนมากมายจะขายหมดหรือ? แต่ก็เห็นว่าเขาขายแบบนี้เป็นประจำ แล้วก็ไม่เคยรู้ว่าคนเขมรเขากินบาแกตกับ "กับข้าว" เหมือนกับที่เรากินกับข้าวสวยเลย และที่เด่นมากคือเอามาทำ หนมปัง นั่นเอง



หนมปังเป็นอาหารแขมร์ตามพื้นบ้านที่มีขายตามรถเข็นที่จอดขายทั่วไปตามถนนและตลาดที่มีผู้คนชุกชุม หรือผู้คนสัญจรผ่านไปมา รถเข็นแบบนี้ที่บ้านเราก็จะขายก๋วยเตี๋ยว, ก๋วยจั๊บ, ข้าวต้ม, น้ำเต้าหู้, อาหารตามสั่ง ฯลฯ, ที่กัมพูชาจะเป็นรถเข็นที่ขาย หนมปัง และ บอบอร์ ซึ่งเป็นข้าวต้มแบบแขมร์, ส้มตำแขมร์, หรือสาระพัดหอยนึ่ง-หอยต้ม etc...


หนมปังของเขมร มีวิธีการทำโดยจะนำ ขนมปังฝรั่งเศส หรือ บาแกต (Baguette) มาหั่นครึ่ง เพราะว่าบาแกตเป็นขนมปังที่มีลักษณะรูปทรงเป็นแท่งยาวขนาดใหญ่ เปลือกนอกแข็งกรอบ เนื้อในนุ่มเหนียว และจะอร่อยและนุ่มขึีี้นถ้าปิ้งหรืออบก่อน ถ้าสั่งทั้งอันนี้คงกินไม่หมดแน่นอนเลยค่ะ


แม่ค้าจะผ่าครึ่งแล้วย่างหรือปิ้งบนตะแกรงที่วางบนเตาถ่าน ให้กรอบและหอม ปาดด้วยซอสสีเหลืองข้นที่ปรุงมาจากมายองเนส ทาเกลี่ยให้ทั่วขนมปังที่ผ่านการปิ้งหรือย่างแล้ว และปาดด้วยซอสที่ทำมาจากปลากระป๋องอีกที แล้วเกลี่ยบนซอสมายองเนสที่ทามาแล้วก่อนหน้านั้น และปาดอีกรอบด้วยซอสหมูสับ แล้วใส่หัวหอมตามลงไป เสิร์ฟมาบนจานและมีชิ้นหมูยอ 4-5 ชิ้น เครื่องเคียงได้แก่ ต้นหอม แตงกวา บางร้านอาจมีใบผักอื่นๆ หลายชนิด และทุกร้านที่ต้องมีเหมือนกันคือ มะละกอดองแบบหวาน (Pickle) ที่ขูดแบบเดียวกับที่ขูดมะละกอเพื่อทำส้มตำบ้านเรา และก็มีแครอท, หัวใชเท้า ด้วย หรือบางร้านอาจจะแค่ฝานหรือหั่นบางๆตามขวงแล้วดองหวานแทน ซึ่งบางร้านเห็นมีทำรสชาติได้อร่อยมากแบบสามารถกินเล่นได้สบายเลย นางขอเรียงเครื่องเคียงตัวนี้ว่า สลัดเส้นดองละกัน อิอิ


สำหรับนำไปดองหวานเพื่อทำเป็นเครื่องเคียง


ซอสพริก

ซอสพริก เป็นซอสที่ทำจากพริกตำแล้วนำมาผัดในน้ำมันหรือต้มใส่เครื่องปรุงและน้ำตาล ตามแต่ละเทคนิคของแต่ละร้าน, อย่างเช่นในรูปภาพข้างบนนั้น ซึ่งตัวนี้เขาจะนำมาใส่กระปุกเล็กๆ ให้ตักราดบนตัวหนมปังหรือจะตักใส่จานแล้วใช้หนมปังจิ้มอันนี้ก็ตามแต่ใจจะกินเลยค่ะ หรือไม่กินก็ได้ ถ้าชอบเผ็ดและเน้นแบบรสชาติจัดๆ หน่อยก็ซัดไปเลยค่ะ แต่บางร้านอาจจะเป็นน้ำพริกเก่าที่ทำมานานหลายวันอาจจะทำให้ท้องเสียได้ หรืออาจจะมีรสชาติที่เผ็ดเกินไปอาจทำให้ไม่สบายได้เหมือนกันหากเจอกับอากาศ ที่ร้อนจัดๆ ก็ระวังกันด้วยนะคะ

บางร้านก็ใช้ซอสพริกแบบนี้ค่ะ

จริงๆแล้วหนมปังแขมร์แต่ละร้านอาจขายแตกต่างกัน แล้วแต่สูตรและเทคนิคหรือไอเดียการทำของแต่ละร้านค้าด้วย บางร้านอาจใช้หนังหมูยอ หรือ หมูสับผัด, หมูสับผัดกับมายองเนส, หมูสามชั้นต้ม, Meatballs, หมูกรอบ หรืออื่นๆแล้วแต่ไอเดีย

หนมปัง-หมูสับในซอสมายองเนส

>>>

ร้านหนมปังแถวอุรุไซมีอยู่ร้านนึงที่เห็นเขาทำแล้วดูสะอาดมากและอร่อยด้วยค่ะ

Nompang Meatballs


แม่ค้าน่ารักมาก อยู่ตลาดโทลทุมพง หรือ รัสเซียมาเก็ต


ถ้าไปแถวตลาดรัสเซียก็อย่าลืมลองไปชิมดูนะคะ ที่นี่รู้สึกว่าร้านขายหนมปังหลายร้านให้เลือกสั่งเลยค่ะ

NOMPANG

หนมปัง-หมูกรอบ หรือ Num pang nung sach chrouk
หนมปัง-หมูกรอบ หรือ Num pang nung sach chrouk

หนมปัง หรือ Nompang เป็นอาหารท้องถิ่นของคนกัมพูชาที่ดัดแปลงมาจากวัฒนธรรมการกินขนมปังฝรั่งเศส หรือ บาแกต (Baguette) จากในสมัยที่กัมพูชาเคยตกเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศสช่วงยุคประวัติศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2406 หรือประมาณ 150 ปี ที่ผ่านมา ในยุคสมัยพระนโรดม และวัฒนธรรมการกินบาแกตก็ยังได้แพร่หลายไปยังประเทศอื่นๆ อีก เช่น ลาว และ เวียดนาม ด้วย, ซึ่งโดยส่วนมากชาวกัมพูชามักจะกินบาแกตกับปลากระป๋องหรือไข่เพื่อเป็นอาหารเช้า


พูดถึงเรื่องบาแกตนี่ เมื่อสมัยก่อนที่จะมาอยู่พนมเปญ นางไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ว่าบาแกตคืออะไร แต่พอมาอยู่ที่นี่นานๆ ได้กินบ่อย ก็นึกขึ้นได้ว่า อ๋อมีบางครั้งที่หลายๆ แห่งเขาจะเสิร์ฟมากับอาหารเช้า จำได้ว่าไม่ชอบเลยไอ้ขนมปังแบบนี้ แข็งมหาปะลัยยังเอามาเสิร์ฟให้กินอยู่ได้ แล้วบางครั้งก็จัดมาซะเต็มที่เลย ถ้าลองเอาตีหัวคุณชายก็อาจจะแตกได้เลือดอยู่เหมือนกันนะเนี่ย อิอิ


ตอนนั้นที่มาอยู่พนมเปญใหม่ๆ เคยเห็นเขาขายบาแกตกันแบบเข่งใหญ่ๆ และหลายเข่งมาก ก็แอบสงสัยอยู่ว่า เขาขายขนมปังในเข่งใหญ่แบบนี้และเป็นจำนวนมากมายจะขายหมดหรือ? แต่ก็เห็นว่าเขาขายแบบนี้เป็นประจำ แล้วก็ไม่เคยรู้ว่าคนเขมรเขากินบาแกตกับ "กับข้าว" เหมือนกับที่เรากินกับข้าวสวยเลย และที่เด่นมากคือเอามาทำ หนมปัง นั่นเอง



หนมปังเป็นอาหารแขมร์ตามพื้นบ้านที่มีขายตามรถเข็นที่จอดขายทั่วไปตามถนนและตลาดที่มีผู้คนชุกชุม หรือผู้คนสัญจรผ่านไปมา รถเข็นแบบนี้ที่บ้านเราก็จะขายก๋วยเตี๋ยว, ก๋วยจั๊บ, ข้าวต้ม, น้ำเต้าหู้, อาหารตามสั่ง ฯลฯ, ที่กัมพูชาจะเป็นรถเข็นที่ขาย หนมปัง และ บอบอร์ ซึ่งเป็นข้าวต้มแบบแขมร์, ส้มตำแขมร์, หรือสาระพัดหอยนึ่ง-หอยต้ม etc...


หนมปังของเขมร มีวิธีการทำโดยจะนำ ขนมปังฝรั่งเศส หรือ บาแกต (Baguette) มาหั่นครึ่ง เพราะว่าบาแกตเป็นขนมปังที่มีลักษณะรูปทรงเป็นแท่งยาวขนาดใหญ่ เปลือกนอกแข็งกรอบ เนื้อในนุ่มเหนียว และจะอร่อยและนุ่มขึีี้นถ้าปิ้งหรืออบก่อน ถ้าสั่งทั้งอันนี้คงกินไม่หมดแน่นอนเลยค่ะ


แม่ค้าจะผ่าครึ่งแล้วย่างหรือปิ้งบนตะแกรงที่วางบนเตาถ่าน ให้กรอบและหอม ปาดด้วยซอสสีเหลืองข้นที่ปรุงมาจากมายองเนส ทาเกลี่ยให้ทั่วขนมปังที่ผ่านการปิ้งหรือย่างแล้ว และปาดด้วยซอสที่ทำมาจากปลากระป๋องอีกที แล้วเกลี่ยบนซอสมายองเนสที่ทามาแล้วก่อนหน้านั้น และปาดอีกรอบด้วยซอสหมูสับ แล้วใส่หัวหอมตามลงไป เสิร์ฟมาบนจานและมีชิ้นหมูยอ 4-5 ชิ้น เครื่องเคียงได้แก่ ต้นหอม แตงกวา บางร้านอาจมีใบผักอื่นๆ หลายชนิด และทุกร้านที่ต้องมีเหมือนกันคือ มะละกอดองแบบหวาน (Pickle) ที่ขูดแบบเดียวกับที่ขูดมะละกอเพื่อทำส้มตำบ้านเรา และก็มีแครอท, หัวใชเท้า ด้วย หรือบางร้านอาจจะแค่ฝานหรือหั่นบางๆตามขวงแล้วดองหวานแทน ซึ่งบางร้านเห็นมีทำรสชาติได้อร่อยมากแบบสามารถกินเล่นได้สบายเลย นางขอเรียงเครื่องเคียงตัวนี้ว่า สลัดเส้นดองละกัน อิอิ



สำหรับนำไปดองหวานเพื่อทำเป็นเครื่องเคียง



ซอสพริก

ซอสพริก เป็นซอสที่ทำจากพริกตำแล้วนำมาผัดในน้ำมันหรือต้มใส่เครื่องปรุงและน้ำตาล ตามแต่ละเทคนิคของแต่ละร้าน, อย่างเช่นในรูปภาพข้างบนนั้น ซึ่งตัวนี้เขาจะนำมาใส่กระปุกเล็กๆ ให้ตักราดบนตัวหนมปังหรือจะตักใส่จานแล้วใช้หนมปังจิ้มอันนี้ก็ตามแต่ใจจะกินเลยค่ะ หรือไม่กินก็ได้ ถ้าชอบเผ็ดและเน้นแบบรสชาติจัดๆ หน่อยก็ซัดไปเลยค่ะ แต่บางร้านอาจจะเป็นน้ำพริกเก่าที่ทำมานานหลายวันอาจจะทำให้ท้องเสียได้ หรืออาจจะมีรสชาติที่เผ็ดเกินไปอาจทำให้ไม่สบายได้เหมือนกันหากเจอกับอากาศ ที่ร้อนจัดๆ ก็ระวังกันด้วยนะคะ

บางร้านก็ใช้ซอสพริกแบบนี้ค่ะ

จริงๆแล้วหนมปังแขมร์แต่ละร้านอาจขายแตกต่างกัน แล้วแต่สูตรและเทคนิคหรือไอเดียการทำของแต่ละร้านค้าด้วย บางร้านอาจใช้หนังหมูยอ หรือ หมูสับผัด, หมูสับผัดกับมายองเนส, หมูสามชั้นต้ม, Meatballs, หมูกรอบ หรืออื่นๆแล้วแต่ไอเดีย

หนมปัง-หมูสับในซอสมายองเนส

>>>

ร้านหนมปังแถวอุรุไซมีอยู่ร้านนึงที่เห็นเขาทำแล้วดูสะอาดมากและอร่อยด้วยค่ะ

Nompang Meatballs



แม่ค้าน่ารักมาก อยู่ตลาดโทลทุมพง หรือ รัสเซียมาเก็ต



ถ้าไปแถวตลาดรัสเซียก็อย่าลืมลองไปชิมดูนะคะ ที่นี่รู้สึกว่าร้านขายหนมปังหลายร้านให้เลือกสั่งเลยค่ะ

nompang

หนมปัง-หมูกรอบ หรือ Num pang nung sach chrouk
หนมปัง-หมูกรอบ หรือ Num pang nung sach chrouk

หนมปัง หรือ Nompang เป็นอาหารท้องถิ่นของคนกัมพูชาที่ดัดแปลงมาจากวัฒนธรรมการกินขนมปังฝรั่งเศส หรือ บาแกต (Baguette) จากในสมัยที่กัมพูชาเคยตกเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศสช่วงยุคประวัติศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2406 หรือประมาณ 150 ปี ที่ผ่านมา ในยุคสมัยพระนโรดม และวัฒนธรรมการกินบาแกตก็ยังได้แพร่หลายไปยังประเทศอื่นๆ อีก เช่น ลาว และ เวียดนาม ด้วย, ซึ่งโดยส่วนมากชาวกัมพูชามักจะกินบาแกตกับปลากระป๋องหรือไข่เพื่อเป็นอาหารเช้า


พูดถึงเรื่องบาแกตนี่ เมื่อสมัยก่อนที่จะมาอยู่พนมเปญ นางไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ว่าบาแกตคืออะไร แต่พอมาอยู่ที่นี่นานๆ ได้กินบ่อย ก็นึกขึ้นได้ว่า อ๋อมีบางครั้งที่หลายๆ แห่งเขาจะเสิร์ฟมากับอาหารเช้า จำได้ว่าไม่ชอบเลยไอ้ขนมปังแบบนี้ แข็งมหาปะลัยยังเอามาเสิร์ฟให้กินอยู่ได้ แล้วบางครั้งก็จัดมาซะเต็มที่เลย ถ้าลองเอาตีหัวคุณชายก็อาจจะแตกได้เลือดอยู่เหมือนกันนะเนี่ย อิอิ


ตอนนั้นที่มาอยู่พนมเปญใหม่ๆ เคยเห็นเขาขายบาแกตกันแบบเข่งใหญ่ๆ และหลายเข่งมาก ก็แอบสงสัยอยู่ว่า เขาขายขนมปังในเข่งใหญ่แบบนี้และเป็นจำนวนมากมายจะขายหมดหรือ? แต่ก็เห็นว่าเขาขายแบบนี้เป็นประจำ แล้วก็ไม่เคยรู้ว่าคนเขมรเขากินบาแกตกับ "กับข้าว" เหมือนกับที่เรากินกับข้าวสวยเลย และที่เด่นมากคือเอามาทำ หนมปัง นั่นเอง



หนมปังเป็นอาหารแขมร์ตามพื้นบ้านที่มีขายตามรถเข็นที่จอดขายทั่วไปตามถนนและตลาดที่มีผู้คนชุกชุม หรือผู้คนสัญจรผ่านไปมา รถเข็นแบบนี้ที่บ้านเราก็จะขายก๋วยเตี๋ยว, ก๋วยจั๊บ, ข้าวต้ม, น้ำเต้าหู้, อาหารตามสั่ง ฯลฯ, ที่กัมพูชาจะเป็นรถเข็นที่ขาย หนมปัง และ บอบอร์ ซึ่งเป็นข้าวต้มแบบแขมร์, ส้มตำแขมร์, หรือสาระพัดหอยนึ่ง-หอยต้ม etc...


หนมปังของเขมร มีวิธีการทำโดยจะนำ ขนมปังฝรั่งเศส หรือ บาแกต (Baguette) มาหั่นครึ่ง เพราะว่าบาแกตเป็นขนมปังที่มีลักษณะรูปทรงเป็นแท่งยาวขนาดใหญ่ เปลือกนอกแข็งกรอบ เนื้อในนุ่มเหนียว และจะอร่อยและนุ่มขึีี้นถ้าปิ้งหรืออบก่อน ถ้าสั่งทั้งอันนี้คงกินไม่หมดแน่นอนเลยค่ะ


แม่ค้าจะผ่าครึ่งแล้วย่างหรือปิ้งบนตะแกรงที่วางบนเตาถ่าน ให้กรอบและหอม ปาดด้วยซอสสีเหลืองข้นที่ปรุงมาจากมายองเนส ทาเกลี่ยให้ทั่วขนมปังที่ผ่านการปิ้งหรือย่างแล้ว และปาดด้วยซอสที่ทำมาจากปลากระป๋องอีกที แล้วเกลี่ยบนซอสมายองเนสที่ทามาแล้วก่อนหน้านั้น และปาดอีกรอบด้วยซอสหมูสับ แล้วใส่หัวหอมตามลงไป เสิร์ฟมาบนจานและมีชิ้นหมูยอ 4-5 ชิ้น เครื่องเคียงได้แก่ ต้นหอม แตงกวา บางร้านอาจมีใบผักอื่นๆ หลายชนิด และทุกร้านที่ต้องมีเหมือนกันคือ มะละกอดองแบบหวาน (Pickle) ที่ขูดแบบเดียวกับที่ขูดมะละกอเพื่อทำส้มตำบ้านเรา และก็มีแครอท, หัวใชเท้า ด้วย หรือบางร้านอาจจะแค่ฝานหรือหั่นบางๆตามขวงแล้วดองหวานแทน ซึ่งบางร้านเห็นมีทำรสชาติได้อร่อยมากแบบสามารถกินเล่นได้สบายเลย นางขอเรียงเครื่องเคียงตัวนี้ว่า สลัดเส้นดองละกัน อิอิ



สำหรับนำไปดองหวานเพื่อทำเป็นเครื่องเคียง



ซอสพริก

ซอสพริก เป็นซอสที่ทำจากพริกตำแล้วนำมาผัดในน้ำมันหรือต้มใส่เครื่องปรุงและน้ำตาล ตามแต่ละเทคนิคของแต่ละร้าน, อย่างเช่นในรูปภาพข้างบนนั้น ซึ่งตัวนี้เขาจะนำมาใส่กระปุกเล็กๆ ให้ตักราดบนตัวหนมปังหรือจะตักใส่จานแล้วใช้หนมปังจิ้มอันนี้ก็ตามแต่ใจจะกินเลยค่ะ หรือไม่กินก็ได้ ถ้าชอบเผ็ดและเน้นแบบรสชาติจัดๆ หน่อยก็ซัดไปเลยค่ะ แต่บางร้านอาจจะเป็นน้ำพริกเก่าที่ทำมานานหลายวันอาจจะทำให้ท้องเสียได้ หรืออาจจะมีรสชาติที่เผ็ดเกินไปอาจทำให้ไม่สบายได้เหมือนกันหากเจอกับอากาศ ที่ร้อนจัดๆ ก็ระวังกันด้วยนะคะ

บางร้านก็ใช้ซอสพริกแบบนี้ค่ะ

จริงๆแล้วหนมปังแขมร์แต่ละร้านอาจขายแตกต่างกัน แล้วแต่สูตรและเทคนิคหรือไอเดียการทำของแต่ละร้านค้าด้วย บางร้านอาจใช้หนังหมูยอ หรือ หมูสับผัด, หมูสับผัดกับมายองเนส, หมูสามชั้นต้ม, Meatballs, หมูกรอบ หรืออื่นๆแล้วแต่ไอเดีย

หนมปัง-หมูสับในซอสมายองเนส

>>>

ร้านหนมปังแถวอุรุไซมีอยู่ร้านนึงที่เห็นเขาทำแล้วดูสะอาดมากและอร่อยด้วยค่ะ

Nompang Meatballs



แม่ค้าน่ารักมาก อยู่ตลาดโทลทุมพง หรือ รัสเซียมาเก็ต



ถ้าไปแถวตลาดรัสเซียก็อย่าลืมลองไปชิมดูนะคะ ที่นี่รู้สึกว่าร้านขายหนมปังหลายร้านให้เลือกสั่งเลยค่ะ

te tarek



เต๊ตาเล็ก (Tarik Teh) หรือ ชาชัก เป็นสำเนียงเสียงมลายู ชื่อมาจากกระบวนการชงที่มีการเทเครื่องดื่มกลับไปกลับมาหลายๆครั้ง ทำให้ได้ชาชักที่มีรสละมุนของฟองนม ซึ่งเกิดจากลีลาการชักชาด้วยความเชี่ยวชาญเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ ยิ่งชักสูงยิ่งดียิ่งจะทำให้ชาที่ได้มีรสชาติกลมกล่อมมากขึ้น

ชาชักมีส่วนผสมระหว่าง ชาสำเร็จรูป นมข้น และนมสด ชงกับน้ำร้อนเดือด ลีลาการชักชานั้นสามารถเรียกลูกค้าได้และยิ่งลีลาดีก็อาจสามารทสร้างรายได้ ได้ดีไปด้วย

เต๊ตาเล็ก เป็นเครื่องดื่มประจำชาติของมาเลเซีย ซึ่งได้เป็นเครื่องดื่มมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศมาเลเซียโดยประกาศจากกระทรวงรัฐบาลมาเลเซีย และได้มีการแข่งขันและการแสดงที่จะแสดงทักษะของการชักชาด้วย ชาชักจะเป็นที่นิยมและขึ้นชื่อมากในแถบประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย 

ต้นกำเนิดของเต๊ตาเล็ก สามารถโยงไปถึงผู้อพยพชาวอินเดียมุสลิมในคาบสมุทรมลายูที่ตั้งร้านเครื่องดื่มที่ทางเข้าของสวนยางหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่จะให้บริการแรงงาน เต๊ตาเล็กในสมัยนั้นจะเสิร์ฟพร้อมกับโรตีจาไนซึ่งได้กลายเป็นอาหารเช้ายอดนิยมที่กำหนดโดยมาเลเซียจนถึงวันนี้ และชาชักกับนาซีเลอมักถือว่าเป็นอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นมรดกของมาเลเซียด้วย

Many Thanks to...
Tarik Tehตำนานชาชักhttps://www.gotoknow.org/posts/342454

del


ตอนแรกที่ฟังเพลงนี่้เข้าใจไปว่า ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะเขาตบตีแล้วทิ้งไป เป็นเพราะไอ้คำว่า You put your hands on, on my body แท้ๆทีเดียว โห!!!แล้วยังมีบอกอีกว่า พร้อมที่จะมีซ้อมใหญ่กว่านี้ ประมาณว่ามีเจ็บกว่านี้อีกแน่ อาจมีกระโดดถีบแถมไปด้วยนะ เหยยยย ฟังไม่ดีก็แปลมั่วๆไปได้อีกนะ 555 ทีนี้พอตั้งใจฟังก็จะแปลได้ประมาณข้างล่างนี้เลย

This was all you, None of it me
You put your hands on, on my body and told me Mmm
You told me you were ready
For the big one
For the big jump
I be your last love, everlasting you and me Mmm
That was what you told me

นี้มันเป็นเธอทั้งหมด ที่ไม่เกี่ยวกับฉันเลย
เธอเอามือมาวาง วางบนตัวฉัน แล้วบอกฉัน อืมมมมม
เธอบอกกับฉันว่าเธอพร้อมแล้ว
สำหรับสิ่งที่ใหญ่กว่า สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
ฉันจะเป็นรักสุดท้ายของเธอ เธอกับฉันตราบชั่วนิจนิรันดร์
นั่นคือสิ่งที่เธอเคยบอกกับฉัน

I'm giving you up
I've forgiven it all
You set me free-eee

ฉันต้องยอมปล่อยให้เธอไป
ฉันจะให้อภัยเธอทุกอย่าง
ที่เธอทิ้งฉันไป

Send my love to your new lover
Treat her better
We've gotta let go of all our ghost
We both know we ain't kids no more

ฝากความรักของฉันไปให้คนรักใหม่ของเธอ
ดูแลเธอให้ดีกว่าฉันด้วย
เราควรต้องปล่อยเรื่องราวเก่าๆที่คอยหลอกหลอนเราไปซะ
เราทั้งคู่ต่างก็รู้ว่า เราไม่ใช่เด็กกันแล้ว

Send my love to your new lover
Treat her better
We've gotta let go of all our ghost
We both know we ain't kids no more

ฝากความรักของฉันไปให้คนรักใหม่ของเธอ
ดูแลเธอให้ดีกว่าฉันด้วย
เราต้องปล่อยเรื่องราวเหล่านั้นไป
เราทั้งคู่ต่างก็รู้ว่า เราไม่ใช่เด็กต่อไปแล้ว

I was too strong you were trembling
You couldn't handle the hot heat rising
Rising...
Baby I'm so rising
I was running, you were walking
You couldn't keep up, you were falling down
Down...
Mmm there's only one way down

ฉันนั้นแข็งแกร่ง เธอกลับตัวสั่นสะท้าน
เธอไม่สามารถรับมือกับความร้อนรุนแรงที่พุ่งทะยานสูงขึ้นได้
สูงขึ้น...
ที่รักฉันยิ่งผงาดสูงขึ้นไปได้อีก
ฉันกำลังวิ่ง แต่เธอยังคงเดินอยู่
เธอสู้ต่อไปไม่ไหว เธอกำลังล้มลงไป
ตกลงไปเรื่อย ๆ
อืมมมมม มันมีทางเดียวคือต้องร่วงลงไปนั่นแหละนะ

I'm giving you up
I've forgiven it all
You set me free-eee, ohhhh

ฉันปล่อยให้เธอไป
ฉันให้อภัยทุกอย่าง
ที่เธอปล่อยฉันเป็นอิสระ

Send my love to your new lover
Treat her better
We've gotta let go of all our ghost
We both know we ain't kids no more

ฝากความรักของฉันไปให้คนรักใหม่ของเธอ
ดูแลเธอให้ดีกว่าฉันด้วย
เราต้องปล่อยเรื่องราวเก่าๆที่คอยหลอกหลอนเราไปซะ
เราทั้งคู่ต่างก็รู้ว่า เราไม่ใช่เด็กกันแล้ว

Send my love to your new lover
Treat her better
We've gotta let go of all our ghost
We both know we ain't kids no more

ฝากความรักของฉันไปให้คนรักใหม่ของเธอ
ดูแลเธอให้ดีกว่าฉันด้วย
เราต้องปล่อยเรื่องราวเหล่านั้นไป
เราทั้งคู่ต่างก็รู้ว่า เราไม่ใช่เด็กต่อไปแล้ว

If you're ready, if you're ready
If you're ready, I am ready..
If you're ready, if you're ready
We both know we ain't kids no more
No, we ain't kids no more

ถ้าหากเธอพร้อมเมื่อไหร่ ถ้าหากเธอพร้อม
หากคุณพร้อมแล้ว ฉันก็พร้อมแล้ว
ถ้าหากเธอพร้อม หากคุณพร้อมแล้ว
เราทั้งคู่ต่างก็รู้ว่า เราไม่ใช่เด็กต่อไปแล้ว
ไม่ เราไม่ใช่เด็กกันอีกต่อไป

I'm giving you up
I've forgiven it all
You set me free

ฉันยอมปล่อยให้เธอไป
ฉันให้อภัยทุกอย่าง
ที่เธอปล่อยฉันเป็นอิสระ

Send my love to your new lover
Treat her better
We've gotta let go of all our ghost
We both know we ain't kids no more

ฝากความรักของฉันไปให้คนรักใหม่ของเธอ
ดูแลเธอให้ดีกว่าฉันด้วย
เราควรต้องปล่อยเรื่องราวเก่าๆที่คอยหลอกหลอนเราไปซะ
เราทั้งคู่ต่างก็รู้ว่า เราไม่ใช่เด็กกันแล้ว

Send my love to your new lover
Treat her better
We've gotta let go of all our ghost
We both know we ain't kids no more

ฝากความรักของฉันไปให้คนรักใหม่ของเธอ
ดูแลเธอให้ดีกว่าฉันด้วย
เราควรต้องปล่อยเรื่องราวเก่าๆที่คอยหลอกหลอนเราไปซะ
เราทั้งคู่ต่างก็รู้ว่า เราไม่ใช่เด็กต่อไปแล้ว

If you're ready, if you're ready
(Send my love to your new lover)
If you're ready, are you ready?
(Treat her better...)
We've gotta let go of all our ghost
We both know we ain't kids no more

ถ้าหากเธอพร้อม ถ้าหากเธอพร้อมเมื่อไหร่
(ฝากความรักของฉันไปให้คนรักใหม่ของเธอด้วย)
หากคุณพร้อมแล้ว เธอพร้อมหรือยัง?
(ดูแลเธอให้ดีกว่าฉันด้วย)
เราควรต้องปล่อยเรื่องราวเก่าๆที่คอยหลอกหลอนเราไปซะ
เราทั้งคู่ต่างก็รู้ว่า เราไม่ใช่เด็กต่อไปแล้ว

If you're ready, if you're ready
(Send my love to your new lover)
If you're ready, are you ready?
(Treat her better)...
We've gotta let go of all about those
We both know we ain't kids no more

ถ้าหากเธอพร้อม ถ้าหากเธอพร้อมเมื่อไหร่
(ฝากความรักของฉันไปให้คนรักใหม่ของเธอด้วย)
หากคุณพร้อมแล้ว เธอพร้อมหรือยัง?
(ดูแลเธอให้ดีกว่าฉันด้วย)
เราควรต้องปล่อยเรื่องราวเหล่านั้นของเราไปซะ
เราทั้งคู่ต่างก็รู้ว่า เราไม่ใช่เด็กต่อไปแล้ว